วิธีคิดต้นทุนอาหาร — สูตรคำนวณ Food Cost พร้อมตัวอย่างจริง

วิธีคิดต้นทุนอาหาร — สูตรคำนวณ Food Cost

ร้านขายดีแต่สิ้นเดือนเงินไม่เหลือ — เกือบทุกครั้งต้นตอคือ ไม่รู้ต้นทุนอาหารต่อจานที่แท้จริง บทความนี้จะพาคิดต้นทุนอาหารทีละขั้นแบบที่เจ้าของร้านทำตามได้เลย ไม่ต้องมีพื้นฐานบัญชี

Food Cost คืออะไร

Food Cost (ต้นทุนอาหาร) คือ ค่าวัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้ทำอาหารหนึ่งจาน เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาขาย ยิ่งเปอร์เซ็นต์ต่ำ กำไรขั้นต้นต่อจานยิ่งสูง แต่ต่ำเกินไปลูกค้าก็อาจรู้สึกว่าไม่คุ้ม จุดสมดุลจึงสำคัญ

Food Cost % = (ต้นทุนวัตถุดิบต่อจาน ÷ ราคาขาย) × 100

ตัวอย่าง: คิดต้นทุนกะเพราหมูสับไข่ดาว

วิธีที่ถูกต้องคือแตกเมนูออกเป็นวัตถุดิบทุกตัว แล้วคิดราคาตามปริมาณที่ใช้จริงต่อจาน:

วัตถุดิบปริมาณต่อจานราคาซื้อต้นทุนต่อจาน
หมูสับ80 กรัม140 บาท/กก.11.20 บาท
ข้าวสวย200 กรัม35 บาท/กก. (ข้าวสาร ~55% yield เป็นข้าวสวย)2.50 บาท
ไข่ไก่1 ฟองฟองละ 4.50 บาท4.50 บาท
ใบกะเพรา + พริก + กระเทียม20 กรัมเฉลี่ย1.50 บาท
น้ำมัน + เครื่องปรุง (น้ำปลา ซอส น้ำตาล)เฉลี่ยต่อจาน2.00 บาท
แก๊ส (เฉลี่ยต่อจานผัด)1.00 บาท
รวมต้นทุนต่อจาน22.70 บาท

ถ้าขายจานละ 65 บาท:

Food Cost = (22.70 ÷ 65) × 100 = 34.9%

อยู่ในเกณฑ์ร้านตามสั่ง (30–35%) พอดี แต่สังเกตว่าถ้าเราลืมคิดแก๊สกับเครื่องปรุง ตัวเลขจะเหลือ 30.3% — ดูดีเกินจริงไป 4–5 จุด ซึ่งพอคูณยอดขายทั้งเดือนแล้วคือกำไรที่หายไปหลักพันถึงหลักหมื่นบาท

Food Cost ควรอยู่ที่เท่าไหร่

ประเภทร้านFood Cost ที่เหมาะสม
ร้านตามสั่ง / สตรีทฟู้ด30–35%
ร้านก๋วยเตี๋ยว35–40%
บุฟเฟ่ต์ / หมูกระทะ40–45%
ร้านกาแฟ / เครื่องดื่ม20–25%
เบเกอรี่25–35%

ตัวเลขนี้เป็นแนวทาง ไม่ใช่กฎตายตัว — ร้านที่ค่าเช่าถูกอาจยอมให้ Food Cost สูงขึ้นเพื่อให้จานใหญ่กว่าคู่แข่งได้ หัวใจคือต้องรู้ตัวเลขของร้านตัวเองก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ

อย่าลืม Yield — ของที่ซื้อมาไม่ได้ใช้ได้ทั้งหมด

ซื้อคะน้ามา 1 กก. 40 บาท เด็ดใบเหลือง ตัดโคนแข็งทิ้ง เหลือใช้จริง 800 กรัม แปลว่า Yield = 80% และต้นทุนที่แท้จริงของคะน้าที่ลงจานคือ:

ต้นทุนจริงต่อ กก. = 40 ÷ 0.80 = 50 บาท/กก. (ไม่ใช่ 40)

วัตถุดิบที่ Yield ต่ำเป็นพิเศษ: ปลา (แล่เหลือ ~50%), กุ้ง (ปอกเหลือ ~60–70%), ผักใบ (70–85%) ถ้าคิดต้นทุนจากราคาซื้อตรง ๆ โดยไม่หาร Yield ต้นทุนต่อจานจะต่ำกว่าความจริงเสมอ

ต้นทุนแฝงที่ร้านส่วนใหญ่ลืม

ราคาวัตถุดิบขึ้นทุกเดือน — ต้องติดตาม

หมูขึ้นจาก 140 เป็น 160 บาท/กก. ทำให้ต้นทุนกะเพราจานเดิมเพิ่มขึ้น 1.60 บาททันที ถ้าไม่ได้จดราคาซื้อไว้ก็จะไม่รู้ตัวจนกำไรหด วิธีที่ง่ายที่สุดคือจดรายจ่ายทุกครั้งที่ซื้อของ แยกตามหมวดวัตถุดิบ แล้วดูย้อนหลังว่าราคาเฉลี่ยแต่ละหมวดขยับยังไง — แอป Bunchee มีกราฟประวัติราคาต่อหมวดให้อัตโนมัติจากรายจ่ายที่จดไว้ พร้อมผู้ช่วย AI ที่ถามได้เลยว่า "เดือนนี้ค่าวัตถุดิบเท่าไหร่"

สรุปขั้นตอนคิดต้นทุนอาหาร

  1. แตกเมนูเป็นวัตถุดิบทุกตัว พร้อมปริมาณที่ใช้จริงต่อจาน
  2. หา Yield ของวัตถุดิบที่มีการตัดแต่ง แล้วปรับราคาให้เป็นต้นทุนต่อหน่วยที่ใช้ได้จริง
  3. บวกเครื่องปรุง น้ำมัน แก๊ส แพ็กเกจจิ้ง เฉลี่ยต่อจาน
  4. คำนวณ Food Cost % = ต้นทุนต่อจาน ÷ ราคาขาย × 100
  5. เทียบกับเกณฑ์ประเภทร้าน แล้วปรับราคาหรือพอร์ชัน
  6. จดรายจ่ายวัตถุดิบทุกครั้งที่ซื้อ เพื่อเห็นแนวโน้มราคาและคิดซ้ำเมื่อราคาขึ้น
💡 ทำครั้งเดียวไม่พอ — ต้นทุนเปลี่ยนทุกครั้งที่ราคาวัตถุดิบเปลี่ยน ร้านที่กำไรดีคือร้านที่คิดซ้ำอย่างน้อยไตรมาสละครั้ง หรือทุกครั้งที่ราคาวัตถุดิบหลักขยับเกิน 10%

จดรายรับรายจ่ายร้าน แล้วให้ AI ช่วยดูต้นทุน

Bunchee เป็นแอปบัญชีร้านอาหารฟรี — สแกนใบเสร็จด้วย AI, กราฟราคาวัตถุดิบย้อนหลัง, สรุปยอดรายวัน/รายเดือนอัตโนมัติ